Twitter ออกนโยบายใหม่ ไม่เข้าระบบนาน 6 เดือน “ลบบัญชีทิ้ง”

         หนึ่งในปัญหาของการใช้งาน Social Network นั้นก็คือ ผู้ใช้งานบางคนทิ้ง Account หากไม่ได้มีการใช้งานาน ก็อาจจะเป็นขยะ หรือบางคนไม่ต้องการ หากยังไม่ลบก็ยังคงอยู่ต่อไป โดยล่าสุด Twitter ก็ได้ออกนโยบายใหม่มาเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยฉะเพราะ

         นั่นก็คือหากคุณไม่ได้มีการใช้งาน ไม่มีการเข้าระบบนานถึง 6 เดือน บัญชีของคุณจะถูกลบออกไปอย่างอัตโนมัติ ซึ่งนโยบายดังกล่าวนั้นต้องการกระตุ้นให้ผู้ใช้งาน ได้เข้าระบบใช้งานนั่นเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะลบบัญชีโดยทันที แต่จะมีการแจ้งเตือนก่อน แต่หากไม่มีการตอบรับหรือไม่ได้เข้าใช้งาน 2 –3 เดือน ก็จะถูกลบออกไปเองทันที

 Twitter ออกนโยบายใหม่ ไม่เข้าระบบนาน 6 เดือน "ลบบัญชีทิ้ง"

Facebook ซุ่มพัฒนาฟีเจอร์เพื่อนสนิทให้ Messenger เหมือน Instagram

        เมื่อปลายปีที่ผ่านมา Instagram (ไอจี) ได้เพิ่มฟีเจอร์ “Close Friends” (เพื่อนสนิท) ไว้สำหรับแชร์เนื้อหาจำกัดเฉพาะภายในกรุ๊ปเพื่อนฝูง เท่านั้น โดยล่าสุดนักวิจัยแอพชื่อ Jane Manchun Wong ได้ค้นคว้าและค้นพบว่าขณะนี้ Facebook  (เฟสบุ๊ค) เองก็กำลังพัฒนาฟีเจอร์สำหรับ Messenger เพื่อใช้แชร์เนื้อหาไปยังกลุ่มเพื่อนหรือคนสนิทที่อยู่ภายใต้การพัฒนาชื่อ “Favorites” (รายการโปรด)

        ฟีเจอร์ Favorites ใน Facebook จะให้คุณเลือกเอาเฉพาะเพื่อนเกลอ ที่อยู่ด้วยกันเป็นกรุ๊ป เพื่อนวงใน ดังนั้นเมื่อมีเรื่องราวหรือภาพที่อยากเล่าแบบคนกันเองก็สามารถใช้ Messenger แชร์ไปยังรายการของกลุ่มเพื่อนสนิทนี้ได้ แต่เนื้อหาเหล่านั้นจะยังคงถูกโพสต์บน Story ให้เพื่อนทั้งหมดได้เห็นด้วย สรุปง่าย ๆ ว่าคุยเล่าเจาะจงในกลุ่มเพื่อนสนิทโดยที่เพื่อนทุกคนก็เห็นได้ด้วย ซึ่งจะแตกต่างกับ Close Friends ใน Instagram ที่จำกัดเฉพาะเพื่อนสนิทเท่านั้นคนอื่นไม่เกี่ยว

        ฟีเจอร์ Favorites นี้ยังอยู่ในช่วงทำลังทดลองภายใน ซึ่งดูท่าว่า Facebook ต้องการจะกระตุ้นให้ผู้ใช้แบ่งปันเรื่องราวเพิ่มมากยิ่งขึ้น แต่ว่าจะเป็นการสื่อสารที่เน้นความเป็นส่วนตัวในวงเล็ก ๆ ซึ่งดูเหมือนกับว่าเรากำลังจะถูกดึงให้ออกห่างจากเพื่อนพ้อง และผู้คนที่รู้จักในสังคม จึงทำให้เราเป็นเหมือนคนที่ไม่สร้างมิตรและเคยเป็นปัญหาหนึ่งของ Facebook ที่เกิดขึ้นในปี 2557 ซึ่งมั่นใจว่า Facebook คงจะมีการเปลี่ยนอะไรๆที่ดีขึ้นก่อนจะเผยแพร่ออกมาให้ใช้จริง

เปิดตัวแล้ว Huawei P40 แม้ Mate 30 ซีรีส์ยังมีปัญหา!

     อย่างที่ทราบกันดีว่าปัญหาระหว่างจีน และสหรัฐอเมริกายังคงยืดเยื้ออย่างต่อเนื่อง และดูท่าทีแล้วน่าจะจบยาก ความคืบหน้าเหตุการณ์ล่าสุดคือ รัฐบาลสหรัฐได้ออกใบอนุมัติให้  Huawei  อีก 90 วัน Microsoft สามารถทำการค้ากับ Huawei ได้แล้ว ส่วนด้าน Google ยังคงเงียบกริบอยู่ นั่นทำให้สมาร์ตโฟน Mate 30 ซีรีส์ยังคงไม่มี Google Services ต่อไป

         ล่าสุด The Information รายงานว่า Huawei วางแผนที่จะเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงซีรีส์ P40 ได้แก่ P40 และ P 4 0 P r o ในช่วงต้นปี 2020 ซึ่งถือว่าเป็นรายงานที่ค่อนข้างน่าคิดจากการพิจารณาสถานการณ์ของ Mate 30 ซีรีส์ที่ยังไม่สู้ดีนัก แต่ Huawei ยังเลือกเดินหน้าเปิดตัวเรือธงรุ่นใหม่ของตัวเองต่อไป

         Huawei Mate 30  ซีรีส์ยังไม่ได้วางจำหน่ายทั่วโลกอย่างจริงจังเนื่องจากปัญหาสงครามการค้าทำให้ Huawei ไม่ได้ใช้งาน Google Services กับสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด เป็นเหตุให้  H u a w e i

         ต้องผลักดัน   Huawei Mobile Services  ของตัวเอง แต่สำหรับผู้ใช้งานในจีนไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ทั้งนั้นเพราะเดิมทีก็ไม่มีแอปและบริการต่าง ๆ ของ Google ให้ใช้งานตั้งแต่แรกแล้ว

         ยังไม่มีอะไรยืนยันได้แน่ชัดว่าหาก Huawei เปิดตัว P40 ซีรีส์ออกมาแล้วจะไม่เจอเหตุการณ์เดียวกันกับ Mate 30 ณ ตอนนี้ ทั้งนี้สื่อต่างประเทศให้เหตุผลสำคัญ 3 ข้อที่เป็นจุดตัดสินใจให้ Huawei เดินหน้าเปิดตัว P40 ซีรีส์ต่อไป

  1. มีความเป็นไปได้ว่าสถานการณ์สงครามการค้าจะดีขึ้นในอนาคตก่อนที่ Huawei จะเปิดตัว P40 ซีรีส์
  2. Huawei  สามารถผลักดัน Huawei Mobile Services จนนักพัฒนาหันมาพัฒนาแอปให้ Huawei กันมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูเป็นไปได้ยากที่จะทำให้ทันช่วงต้นปี 2020
  3. Huawei  อาจเปิดตัว P40 โดยออกแบบฮาร์ดแวร์ให้มีความใกล้เคียงกับ P30 หรืออาจเรียกว่า  P30 2   (อะไรทำนองนั้น) ทำให้ไม่เข้าข่ายว่าเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ส่งผลให้ยังใช้ Google Services ได้อยู่

         ดูจากสามข้อนี้แล้ว ข้อสองน่าจะเป็นสิ่งที่ H u a w e i   พยายามผลักดันมากที่สุด เพราะข้อ 1 ก็ไม่รู้ว่าผลของเหตุการณ์นี้  จะเป็นอย่างไร ลุ้นยาก ส่วนข้อสามคือเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ แต่ใช้ฮาร์ดแวร์เก่าก็คงไม่ถูกใจผู้ใช้งานหลาย ๆ คนไม่พอใจแน่นอน

“Microsoft” เลื่อนการขายออกไปเป็นปีหน้า2563

                 Surface Earbuds หูฟังไร้สายแบบ True Wireless เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีการวางขายในปีนี้ และดูๆจะมีปัญหาเลยเลื่อน Microsoft ไปเป็นปีหน้า

Panos Panay หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ได้ออกมาพูดวันขาย urface Earbuds เป็นปี 2020 ว่า การทำผลิตภัณฑ์นั้นต้องทำออกมาอย่างสวยงามและถนอมได้ดีเพื่อให้รายตัวสินค้านั้นทำออกมาได้อย่างถูกต้องที่สุดมันต้องใช้เวลาที่เราวางแผนเอาไว้ เพื่อความแน่ใจว่าลูกค้าของเราจะมีแต่ได้รับประสบการณ์ที่ดี จะมีการเลื่อนขายไปในปี2563ที่จะถึงเร็วนี้ๆ

                  Microsoft เปิดตัว Surface Earbuds พร้อมกับ Surface Duo สมาร์ตโฟนสายเลือด Android ที่มีสองหน้าจอ, Surface Pro X และ Surface Pro 7 ซึ่งบริษัทบอกว่าหูฟังที่พึ่งออกมาใช้ดีสบายควบคุมการใช้งานได้ดีไม่มีอะไรหน้าเป็นห่วงมีระยะในการใช้ได้ถึง8ชั่วโมงเลยทีเดียวหลังจากที่เราชารจ์ไว้1ครั้ง มีความปลอดภัยแน่นอน
"Microsoft" เลื่อนการขายออกไปเป็นปีหน้า2563

“Huawei” พัฒนาลำโพงแบบใหม่มีความอัจฉริยะมากกว่าเดิม

               และก่อนหน้านี้มีภาพหลุดคู่มือลำโพงอัจฉริยะรุ่นใหม่ ของ Huawei หลุดออกมาในชื่อว่า Huawei Sound X แต่ไม่กี่วันถัดมาบริษัทก็จะออกมาเปิดตัวลำโพงอัจฉริยะในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้Huawei ยืนยัน พร้อมปล่อยโปสเตอร์อย่างเป็นทางการของ Huawei Sound X ที่จะถูกเปิดตัวในวันที่ 25 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ที่น่าสนใจคือบริษัทคอนเฟิร์มแล้วว่า Huawei Sound X จะได้รับการพัฒนา Devialet ผู้ผลิตลำโพงระดับ High-end 

                Devialet เป็นผู้ผลิตลำโพงระดับ High-end มีวางขายแล้วในไทยตอนนี้บ้านเราอย่าง Devialet Phantom Reactor 600W ราคา 47,990 บาท มีราคาสูงไปถึงแสนเลยทีเดียว การรีวิวไม่ต้องพูดถึงการรีวิวได้ยอดเยี่ยมดีมาก และการที่ Huawei เลือกจับมือกับ Devialet ก็ถือว่าเป็นอะไรที่สุดยอดและลำโพงมีเสียงดังฟังได้ชัดเจน

                และก่อนน่านี้ Huawei Sound X จะมีชิปประมวลผล Quad-core 1.5GHz แรม 512MB ความจุภายในเครื่อง 8GB มี Tweeter 1.5W ทั้งหมด 6 ตัว ให้เสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา รองรับ Bluetooth 5.1, Wi-Fi 2.4GHz และ 5GHz

Huawei จับมือ Devialet พัฒนาลำโพงอัจฉริยะ Sound X!

เตรียมเปิดตัว”OPPO”มาพร้อมกับราคาเดิมๆ

                 ในการสำเร็จของ OPPO Reno 10x Zoom ยกขึ้นมามีตัวเล่นที่เล่นง่ายและสวยที่สุด และมีลูกเล่นเวอร์ชั่นแบบใหม่คือ RAM 12GB ROM 256GB ในราคาเท่าเดิม พร้อม CPU ตัวท็อปในตลาดสมาร์ทโฟน อย่าง Snapdragon 855 และ HyperBoost 2.0 รับระบบการชารต์ได้อย่างดี VOOC 3.0 พร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 4,065 mAh ใช้งานได้นานอึดทน

OPPO Reno 10x Zoom RAM 12GB Limited Edition ยังคงคอนเซ็ปต์ในเรื่องของกล้องตอนนี้อย่างเทคโนโลยี 10x Hybrid Zoom ที่สามารถซูมได้ 10 เท่า และดิจิตัลซูม 60 เท่า และนึกถึงงานจริงการใช้งานแบบจริงซ่อนกล้องหน้าให้เป็นแบบ Pivot Rising Camera ทำให้ผู้ที่ใช้งานเวลาเล่นจะได้เห็นจอหรือลูกเล่นได้แบบเต็มๆตา และมีการเพิ่มปุ่ม O-Dot หรือจุดเซรามิกทางด้านหลังของตัวเครื่อง เพื่อปกป้องเลนส์กล้องเวลาที่เรากดไปโดนหรืออะไร

เรื่องของสีหน้าจอหรือลูกเล่นสามราถทำให้ได้ทุกปัญหาตามที่เราต้องการตามใจชอบ กับสีสันสุดพรีเมี่ยมอย่าง ‘Ocean Blue’ ที่ได้มีแรงบันดาลใจมาจากทะเลที่สวยงาม ถ้าเครื่องโดนกับแสงไฟจะมีแสงสะท้อนสีออกมาทำให้เกิดสีสันสวยงามและมีแรงบันดาลใจในการดึงดุดให้คนสนใจได้อย่างมากเพราะสเปกส์ทุกอย่างทำได้ตามใจเราชอบไม่ว่าจะแสง สี หรือปรับทุกระดับใดๆก็ตาม

“สหรัฐ” สั่งยกเลิกระบบ” นิวเคลยร์ “

                   และข่าวนี้ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมาแต่ว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจ หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่าระบบสั่งงานของระเบิดนิวเคลียร์ ของ สหรัฐ อเมริกา ยังคงใช้แผ่น Floppy Disk โดยมีข้อมูลออกมาให้รู้อะไรหลายอย่าง ในปี2014

                    ซึ่งระบบดังกล่าวเรียกว่า Strategic Automated Command and Control System หรือ SACCS ที่ถูกใช้มาตั้งแต่ปี 1968 โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ IBM AN/FSQ-31 SAC Data Processing System ที่ใช้เครื่อง IBM 4020 Military Computer และต่อมาเปลี่ยนเป็น Honeywell 6080

                     และที่ใช้แผ่น Floppy Disk ขนาด 8 นิ้วในการเก็บบันทึกข้อมูลคำสั่ง เพราะมีการใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ IBM Series/1 ที่เปิดตัวในปี 1976 คาดว่านำมาติดตั้งเพิ่มจากระบบเดิม

                    และจะต้องเปลี่ยนให้เป็น 2017 แต่ว่าก็ยังมีข้อแก้ตัว ระบบนี้ไม่สามารถใช้ถึงเครือข่ายใด ๆ ได้ แและไม่สามารถบันทึกข้อมูลได้ ๆ  มีตวามสนใจมากกว่าเดิมCol. Jason Rossi

                    และจากการประเมินค่าบำรุงดูแลรักษาระบบนี้ นับวันยิ่งมีค่าขึ้นมากกว่านี้มีความพยายามรักษาพยาบาลช่วยกันอายุคนสูงอายุที่จะตายแหล่ไม่ตายแหล่ไปเรื่อย ๆ และทหารก็ไม่ได้ฝึกให้คนใหม่ที่เข้ามาๆ มีความรู้ในการแก้ปัญหาระบบเครื่องนี้สักเท่าไหร่แล้วจึงมีความจำเป็นจริงๆที่ต้องใข้ระบบนี้ รวมถึงเลิกใช้ Floppy Disk โดยกลับมาใช้สื่อบันทึกข้อมูลใหม่ ๆ และจ้องการใช้ความปลอดโดยการใช้ลายนิ้วมือถึงจะทำต่างๆได้

“Factebook”มีการลบบัญชีปลอมที่มีในตอนนี้

                 สื่อสังคมออนไลน์ เฟสบุ๊ก สั่งลบบัญชีปลอมมาหลายบันชีแล้วตอนนี้ รวมทั้งลบเนื้อหารุนแรงบนแพลตฟอร์มนับล้านชิ้นออกไป ตามรายงานการบังคับใช้มาตรการเพื่อดูสิ่งรอบๆของสื่อสังคมออนไลน์  Facebook

                 เฟสบุ๊ก ระบุว่า ได้ลบบัญชีปลอมราว 5,400 ล้านบัญชี ที่พบว่าที่สร้างขึ้นมาใหม่ในปีนี้ จากเมื่อปีที่แล้วเฟสบุ๊กสั่งลบบัญชีปลอมราว 1,550 ล้านบัญชีในเฟสบุ๊ก ปีนี้จัดขึ้นปีแรกที่มีการลบทั้งใน”Factebook”มีการลบบัญชีปลอมที่มีในตอนนี้ด้วยอีกหนึ่งอย่าง

Advertisement

                นอกจากนี้ เฟสบุ๊กยังได้ลบโพสต์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายโฆษณาชวนเชื่อขององค์กรก่อการร้ายได้มากถึง 98% ตลอดช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา และยังสั่งลบโพสต์ 11.6 ล้านโพสต์ที่มีภาพโป๊ะเด็กและเนื้อหาลามกอนาจารกับเด็กในเฟสบุ๊ก และลบเนื้อหาที่มีคล้ายกันๆ754,000 ชิ้นในอินสตาแกรมด้วย

                นี่เป็นความพยายามครั้งใหญ่ในการปราบปรามเนื้อหาลามกอนาจารเด็กในแพลตฟอร์มทั้งหมดของเฟสบุ๊ก ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ทางสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI มองว่ายังมีช่องทางจากมาตรการความเป็นส่วนตัวของเฟสบุ๊กในช่องทางอื่น อย่าง Facebook Messenger และ WhatsApp ที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการปรามปรามเนื้อหาลามกอนาจารและมีการรุนแรงกับเด็กได้

“Twitter” เตรียมออกฟีเจอร์ใหม่ให้ติดตามที่เราสนใจ

                        Twitter ออกมาประกาศฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า Topics ให้ผู้ใช้งานให้ติดตามเข้ามาชมดูง่ายๆ ได้เพิ่มเติมจากการกดติดตามแอคเคาท์บัญชีผู้ใช้งานอื่นๆ แล้ว โดยจะทำให้ผู้ใช้งานทวิตเตอร์สามารถติดตามเทรนด์หรือประเด็นการพูดคุยต่างๆได้ ได้ง่ายขึ้น เพราะจะทำให้เห็นทวีตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่เราสนใจ ถึงแม้เราจะไม่ได้กดติดตามหัวข้อนั้นก็ตาม

โดยฟีเจอร์ Topicsจะเริ่มทำงานก็ต่อเมื่อเราค้นหาต่างๆ ในหน้าฟีดก็จะมีคำแนะนำ Topics ปรากฏขึ้นมาพร้อมปุ่ม Follow ให้กดติดตามได้ และสมารถเข้าไปจัดการกับตัว Topics ได้เราจะกดติดตามได้ต้องโหลดแอปTwitter

สำหรับฟีเจอร์ Topics จะมีการทำงานที่คล้ายกับการติดตาม Hashtags บน Instagram จะมีการปล่อยให้ใชงานอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเร็วๆนี้ แต่ไม่สามารถบอกวันที่จะให้ใช้ได้

นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้งาน Twitter ที่ได้อัปเดตแอป บนแอนดรอยด์เป็นเวอร์ชั่น 8.23.0-alpha.02 แล้ว และเห็นคีย์เวิร์ด Topics ปรากฏขึ้นมา แต่ยังไม่มีปุ่มให้กด Followและอีกไม่นานจะให้มีการเปิดใช้เร็วๆนี้

“iPad Pro” พร้อมที่จะเปิดให้กับทุกคนได้รองกันเร็วๆนี้

             หลังจากที่เกิดการเปิดตัวของ iPhone 11 ไปเมื่อปลายเดือนกันยาที่ผ่านมานี้ ทำให้อีกหลายคนรอคอยการเปิดตัวของ iPad Pro ตัวใหม่อย่างตั้งใจรอดู และล่าสุดทางเว็บไซต์ Bloomberg ได้ออกมาประกาศว่าบริษัท Apple วางแผนจะปล่อย iPad Pro รุ่นใหม่ออกมาให้ชมกันในเร็วๆนี้ ซึ่งในเบื้องต้นคาดการณ์ไว้ว่าน่าจะเปิดตัวได้ในไตรมาสแรกของปี 2563

และจากข่าวลือในช่วงแรกที่คาดการณ์ว่า iPad Pro ตัวใหม่นี้อาจมีกล้องถึง 3 ตัวด้วยกัน คล้ายกับ iPhone 11 แต่รายงานของ Bloomberg ระบุว่า iPad Pro ตัวใหม่นี้น่าจะมาพร้อมกับกล้องหลังคู่ จะประกอบไปด้วยกล้องหลังแบบปกติและกล้องที่รองรับเทคโนโลยีเซนเซอร์แบบ 3 มิติ และนอกจากนี้ iPad Pro ตัวใหม่ของ Apple นี้น่าจะรองรับระบบ 5Gเพิ่มเข้ามา

และก็คาดว่าระบบเซนเซอร์แบบ 3 มิตินี้ น่าจะมาช่วยยกระดับความสามารถของ Face-ID Sensor ที่มีอยู่เดิมในปัจจุบันไปอีกขั้นหนึ่ง และน่าจะเพิ่มเข้ามาเพื่อรองรับกับเทคโนโลยี AR ที่ทาง Appleยังให้ความสนใจกับทกคนอยู่เสมอโดยรายงานล่าสุดกล่าวว่าทาง Apple อาจจะเปิดตัวแว่นที่ผสานเทคโนโลยีทั้ง VR และ AR เข้าด้วยกันในปี 2565หรืออย่างเร็วที่สุดในปี 2564 และคาดว่าอาจจะเปิดตัวแว่น AR ของ Apple ในปี 2566

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น เพราะทางบริษัท Apple เองก็ยังไม่ได้ปล่อยคลิปหรือรูปคอนเซปต์ของ iPad Pro ตัวใหม่นี้ เช่นเดียวกับคอนเซปต์แว่น VR/AR ของ Appleออกมาเพื่อให้ได้สัมผัส