ล่าสุดก่อน iPhone SE รุ่นปี 2020 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

สำหรับการเปิดตัวของ iPhone SE ในรุ่นปี 2020 ที่อาจจะใช้ชื่อนี้แทน iPhone 9 อย่างแน่นนอนแล้ว ปัจจุบันได้มีการเผยรายละเอียดของ iPhone SE ใหม่ที่คนจำนวนไม่น้อยต้องการรู้

เริ่มต้นกับขุมพลังเลือกใช้ Apple A13 ลักษณะเดียวกันกับ iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max ตัวเครื่องจะมีขนาดเท่ากับ iPhone 7, iPhone 8 กล้องถ่ายรูปหน้าความละเอียด 4.7 นิ้ว พร้อมด้วย Touch ID เป็นระบบปลดล็อค ส่วนสีสันและความจุมีให้เลือกดังต่อไปนี้

  • สีสันคาดว่าจะมีทั้ง สีดำ, สีขาว และ แดง Product Red
  • ความจำของเครื่องมีให้เลือกทั้ง 64, 128, 256GB
  • และเคสมีให้เลือก เกือบครบมีทั้งแบบหนังและซิลิโคน

ส่วนราคาของเครื่องคาดว่าจะอยู่ที่ 399 ดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา  หรือโดยประมาณ 12,000 บาท ในตัวเริ่มต้น ซึ่งถูกกว่า iPhone 8 พอเหมาะพอควร แต่การเปิดเผยโฉมจะเริ่มตามกำหนดหรือไม่

ในวันที่ 15 เดือนเมษายน จะต้องลุ้นกันต่อไป ที่แน่นอนคือ มีฟิล์มกันรอยของ iPhone SE 2020 หลุดในเว็บไซต์ของ Apple ในราคา 39.95 ดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา

อีลอน มัสก์ ได้ทวีตเป็นโพลล์สอบถามเหล่าผู้ติดตามว่า ควรสร้าง Gigafactory

           สำหรับ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla เทสลา หลังจากเมื่อ 10 มีนาคมที่ผ่านมา เพิ่งทวีตยินดีกับทีมงานที่ Tesla สามารถผลิตรถยนต์คันที่ 1,000,000 นับจาก 12 ปีที่บริษัทเปิดตัวรถคันแรกเมื่อปี 2008 

          ล่าสุดในวันถัดมา เขาก็ทวีตถึงเหล่าผู้ติดตามกว่า 32 ล้านคนอีกครั้งว่า กำลังเสาะหาสถานที่ตั้งของ Gigafactory สำหรับผลิต Tesla Cybertruck

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ ได้ทวีตเป็นโพลล์สอบถามเหล่าผู้ติดตามว่า ควรสร้าง Gigafactory ที่ 3 ในสหรัฐที่เท็กซัสไหม? ซึ่งมีผู้เห็นด้วยเกือบ 80% ซึ่งถ้า มัสก์ เอาจริง ก็คงมี Gigafactory แห่งที่ 3 ในเท็กซัสของสหรัฐฯ และจะเป็นโรงงานที่ 5 ของโลก ถัดจาก Gigafactory 1 อยู่ที่เมืองรีโน รัฐเนวาดา ของสหรัฐฯ, Gigafactory 2 อยู่ที่เมืองบัฟฟาโล รัฐนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ, Gigafactory 3 อยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และ Gigafactory 4 หรือ GIGA BERLIN อยู่ที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นฐานการผลิตรถยนต์ในยุโรป กำลังจัดเตรียมพื้นที่กว่า 300 เฮกตาร์ (1,875 ไร่)

โดย มัสก์ เผยว่า อยากจะให้อยู่ในภาคกลางของสหรัฐฯ จากนั้นทวีตเพิ่มเติมว่าอยากทำการผลิตรถยนต์ Tesla Model Y ในแถวชายฝั่งตะวันออกด้วย ซึ่งบริเวณภาคกลางหรือภาคเหนือของสหรัฐฯ นั้นเป็นเขตที่ตั้งของมหานครหลักและนครขนาดใหญ่

แม้ยากที่จะบอกว่า Cybertruck Gigafactory จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่การเปิดเผยของซีอีโอก็ดูเป็นไปได้ ซึ่งคล้ายกับภารกิจการสร้างสำนักงานใหญ่ของ Amazon HQ2 ที่ได้ประกาศขอข้อเสนอการลดหย่อนภาษีจากหน่วยงานท้องถิ่นในรัฐต่างๆ เพื่อเป็นการจูงใจที่จะเลือกใช้เป็นสถานที่ตั้ง Amazon HQ2

Tesla จะเริ่มส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model Y รุ่นล่าสุด ซึ่งกำหนดการเดิมถูกวางไว้อีกหลายเดือนคือในช่วงฤดูใบไม้ร่วง 2020 ของสหรัฐฯ (สิงหาคม) รวมทั้งมีกำหนดการผลิต Tesla Cybertruck ในปลายปี 2021

ดังนั้นจากเป้าหมายในการผลิตมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะมี Gigafactory 5 แต่จะเร็วๆ นี้เพื่อรองรับการผลิต Tesla Model Y และต่อด้วย Tesla Cybertruck ในอนาคตเลยหรือไม่ ก็ขอให้ติดตามกันต่อไป