Anitech เปิดตัวปลั๊กรุ่นใหม่ H-1000 สามารถควบคุมการทำงานผ่านมือถือได้

       Anitech แบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จากประเทศไทย ได้เปิดตัว ปลั๊กไฟ รุ่นใหม่ล่าสุดของ H-1000 ที่มีจุดเด่นนอกจากจะมีระบบทัชสกรีนสั่ง เปิด ปิด ปลั๊กได้ ยังเชื่อมต่อกับ Smart Phone เพื่อควบคุมการทำงานได้ทุกที่อีกด้วย

       จุดเด่นปลั๊กไฟ Anitech H-1000 มีทั้งหมด 4 ฟังก์ชั่นที่น่าสนใจมีอะไรบ้างไปดูกัน

  1. ฟังก์ชันการตั้งค่าการ เปิด-ปิด
  2. ฟังก์ชันการ เปิด-ปิด ล่วงหน้าโดยระบุวันและเวลา
  3. ฟังก์ชันการตั้งค่า เปิด-ปิดแถมตั้งเวลานับถอยหลังได้
  4. ฟังก์ชันPower Consumption  คือการแสดงค่าการใช้กำลังไฟฟ้าแบบ Real-Time พร้อมดูสถิติการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าย้อนหลังสูงสุดได้นานถึง 3 เดือน
       และทั้งหมดนี้จะต้องผ่านการควบคุมโดย Application anitech IOT Application บนสมาร์ทโฟนทั้งระบบ IOS และ Android และเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ภายในบ้านของคุณก็สามารถควบคุมได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน นอกบ้าน ก็ตาม ส่วนราคาของ Anitech H-1000 อยู่ที่ 2,590 บาท และการันตีด้วยวงเงินการรับประกันความเสียหายมากสูงสุด  5 แสนบาท นานถึง 1 ปี  ทั้งนี้แล้วในอนาคตแอนิเทคจะมีการพัฒนาปลั๊ก anitech IOT ให้มีระบบเซนเซอร์ต่างๆ เพิ่มขึ้นอาทิเช่น เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ การวัดแสง และการตรวจจับความเคลื่อนไหว มาเป็นข้อมูลใช้งานในการสั่ง เปิด – ปิด ปลั๊กไฟเมื่อมีการเคลื่อนไหว และลูกค้าสามารถกำหนดเงื่อนไขการทำงานได้อย่างอิสระมากขึ้นด้วย

ทาง Google ได้ประกาศรายชื่อมือถือ Android ที่ฝังมัลแวร์ในตัว OS

       ทางด้าน Google ได้ประกาศรายชื่อมือถือ Android ที่ฝังมัลแวร์ในตัว OS ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นมือถือราคาที่ประหยัด แต่ติดตั้งแอปแฝงมัลแวร์ในชื่อ Triada มาในขั้นตอนการผลิตเลย มัลแวร์ Triada ยังสามารถแทรกแซงการแชตสนทนา

       และยังแอบดูการทำงานการใช้มือถือคุณ และโจรกรรมข้อมูลสำคัญ รวมถึงดูแอป Mobile Banking เพื่อขโมยข้อมูลบางอย่าง นอกจากนี้แล้ว Triada จะใช้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในการแอบส่งข้อมูลอีกด้วย

       และที่สำคัญ เครื่องที่เป็นเป้าหมายของมัลแวร์ตัวนี้ ก็คือ มือถือระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 4.4.2 หรือเก่ากว่า ดังนั้นวิธีแก้ปัญหามัลแวร์ในตัวระบบปฏิบัติการนี้ก็คือ การที่ไห้เราให้อัปเดตความปลอดภัยและอัปเกรดเฟิร์มแวร์ให้สู่ Android เวอร์ชั่นที่ใหม่กว่า จึงจะปลอดภัย

รายชื่อสมาร์ทโฟนที่มีมัลแวร์ Triada แฝงในเครื่องได้แก่ ดังนี้

  • Leagoo M5
  • Leagoo M5 Plus
  • Leagoo M5 Edge
  • Leagoo M8
  • Leagoo M8 Pro
    Leagoo Z5C
  • Leagoo T1 Plus
  • Leagoo Z3C
  • Leagoo Z1C
  • Leagoo M9
  • ARK Benefit M8
  • Zopo Speed 7 Plus
  • UHANS A101
  • Doogee X5 Max
  • Doogee X5 Max Pro
  • Doogee Shoot 1
  • Doogee Shoot 2
  • Tecno W2
  • Homtom HT16
  • Umi London
  • Kiano Elegance 5.1
  • iLife Fivo Lite
  • Mito A39
  • Vertex Impress InTouch 4G
  • Vertex Impress Genius
  • myPhone Hammer Energy
  • Advan S5E NXT
  • Advan S4Z
  • Advan i5E
  • STF AERIAL PLUS
  • STF JOY PRO
  • Tesla SP6.2
  • Cubot Rainbow
  • EXTREME 7
  • Haier T51
  • Cherry Mobile Flare S5
  • Cherry Mobile Flare J2S
  • Cherry Mobile Flare P1
  • NOA H6
  • Pelitt T1 PLUS
  • Prestigio Grace M5 LTE
  • BQ 5510

จากผลการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz 3 ค่ายใหญ่

       ผลการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz มีผู้เข้าร่วมขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่จำนวน 3 ราย ได้แก่ บ.ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด บ. แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด และ บ. ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด โดยผู้ประมูลทั้ง 3 รายเลือกชุดคลื่นความถี่ที่ไม่ซ้ำกัน และเป็นไปอย่างเรียบร้อย พร้อมเดินหน้าที่จะสร้างเครือข่าย 5จี ในประเทศไทย ซึ่งรายละเอียดผลการจัดสรรคลื่น 700 MHz มีดังต่อไปนี้

1.คลื่นความถี่ชุดที่ 1 ช่วงความถี่วิทยุ 703-713 MHz คู่กับ 758-768 MHz บ.ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมอวนิเคชั่น จำกัด เป็นผู้ถือสิทธิ์ได้รับการจัดสรร
2.คลื่นความถี่ชุดที่ 2 ช่วงความถี่วิทยุ 713-723 MHz คู่กับ 768-778 MHz บ. ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด เป็นผู้ถือสิทธิ์ได้รับการจัดสรร
3.คลื่นความถี่ชุดที่ 3 ช่วงความถี่วิทยุ 723-733 MHz คู่กับ 778-788 MHz บ. แอดวารซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เป็นผู้ถือสิทธิ์ได้รับการจัดสรร

       และมีราคาการอนุญาตรวมทั้งสิ้น 52,752 ล้านบาท และมีรายได้จากการจัดสรร เข้ารัฐรวมภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งสิ้น 56,444.64 ล้านบาท โดยผู้มีสิทธิ์ได้รับการจัดสรรคลื่น ต้องนำเงินงวดแรกพร้อมหลักประกันมาชำระให้แก่ สำนักงาน กสทช. ก่อนจะได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 15 วันทั้งนี้แล้ว ทางสำนักงาน กสทข. จะมีหนังสือแจ้งวันเริ่มต้นการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ล่วงหน้า อย่างน้อย 90 วัน

LINE ปรับระบบครั้งใหญ่ เปลี่ยนหน้าแรกจาก Friends เป็น Home แล้วนะ

วันนี้ไลน์ได้ปรับหน้าแรกครั้งใหญ่นะคะ จากเดิมหน้าแรกของแอปจะเป็นแท็บ “Friend” หรือ “เพื่อนฝูง” ในเวอร์ชั่นภาษาไทย ที่รวมถึงชื่อผู้ติดต่อทั้งหมดในไลน์ของเราพวกเรา ให้กลายเป็นแท็บ “Home” หรือ “หน้าหลัก” รวมรายชื่อเพื่อนและบริการอื่นๆ จาก LINE ให้เข้าใช้ง่ายมากขึ้น โดยไม่ต้องงงว่าบริการต่างๆ จากไลน์มันอยู่ตรงไหน! ดูภาพรวมของหน้า Home Tab นี้จากวิดีโอที่ LINE ทำกันเลย!

โดยหลังจากที่ LINE เปลี่ยนแท็บแรกจาก Friend มาเป็น Home แล้ว หน้าตาดูสะอาดตาขึ้นแบบนี้ครับ ด้านบนสุดก็ยังเป็นหน้าของเราเพื่อกดเข้าไปจัดการโปรไฟล์ส่วนตัวของเรา และเข้า LINE Keep ที่เก็บไฟล์ส่วนตัวของเราได้เหมือนเดิม แต่ถัดลงมาจะมี 5 แท็บย่อยใหม่

แท็บโฮมนี้จะเริ่มใช้ได้ในวันที่ 12 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไปคะโดยต้องเป็น LINE เวอร์ชั่น 9.8 ขึ้นไปถึงจะใช้หน้าโฮมแบบใหม่ได้ (อัปเดตไลน์เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด) ซึ่งหลังจากที่เริ่มใช้หน้าโฮมแบบใหม่นี้แล้ว ก็จะมีการอัปเดตเนื้อหาของแท็บย่อยต่างๆ ให้เหมาะกับสถานการณ์ในอนาคตครับ ส่วนแท็บหลักทั้งเช่น แชท, ไทม์ไลน์, TODAY, Wallet ยังไม่มีการปรับตอนนี้คะ

 

 

มาไขคำตอบกันว่าทำไมเครื่อง Mac ถึงได้ช้ากว่า PC ที่ใช่สเปกเดียวกัน

         ยูทูบเบอร์ สายไอทีเจ้าของแชนแนล Linus Tech Tips ได้ออกมาอธิบายสาเหตุเครื่องแมคที่เครื่อง Mac ทำงานได้ช้ากว่า PC โดยพบว่าปัจจัยสำคัญที่เป็นเรื่องของความร้อน เมื่อปีที่แล้วมีประเด็นร้อนเรื่อง MacBook Pro รุ่น 15นิ้ว ปี 2018 ที่ใช้ชิปตัว Intel i9 เจอปัญหาความเร็วลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีอุณหภูมิสูง ยิ้งเมื่อมีการใช้งานหนัก อาทิเช่น Adobe Premier Pro หรือ Final Cut Pro

         ซึ่งปัญหาดังกล่าวทำให้ผู้ใช้ไม่พอใจเป็นอย่างมากถึงขนาดเรียกร้องขอเงินคืน จน Apple ต้องออกมาแถลงการณ์ขอโทษพร้อมทั้งปล่อย macOS High Sierra 10.13.6 ออกมาเมื่อแก้ไขเฟิร์มแวร์ที่ส่งผลกับอุณหภูมิของระบบ

จากการทดสอบล่าสุดของ Sebastian กลับแสดงให้เห็นชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ของ Mac นั้นยังคงมีปัญหาเรื่องความร้อนอยู่ โดยเขาได้ทดสอบด้วยการนำ Mac Mini และ MacBook Pro จอ 15 นิ้ว ปี 2018 มาทดสอบเรนเดอร์กราฟิก บนสภาวะอุณหภูมิห้องปกติและใน Chill Box

Linus ได้ระบุว่าปัญหาความร้อนของ Mac นั้นเป็นความตั้งใจในการออกแบบของ Apple ที่เจตนาให้พัดลมในเครื่องนั้นทำงานในระดับต่ำที่สุดเท่าที่เป็นไปได้  โดยเน้นให้พัดลมทำงานระดับสูงสุด แต่ก็จะทำให้เกิดเสียงพัดลมที่ดังตามมา

ซึ่งอย่างไรก็ตาม Apple เองก็เพิ่งจะเปิดตัว Mac Pro 2019  มีพัดลมระบายความร้อน 3 ตัวขนาดใหญ่, แรมเพิ่มได้สูงสุด 1.5TB (มีช่องใส่แรม 12 ช่อง) พร้อมทั้งมีฮาร์ดแวร์พิเศษอย่าง Afterburner ซึ่งสามารถสตรีมไฟล์วิดีโอดิบขนาด 8K ได้

มาแล้วจ้า ฟีเจอร์ใหม่ของ Google Maps แจ้งเตือนทุกครั้ง

       ในทุกๆวันนี้เรายังโดยสาร แท็กซี่ ไปยังที่ไกล ๆ หรือที่ ๆ ไม่เคยไป ทั้งในประเทศและในต่างประเทศ ต่างก็ยากที่จะรู้ได้หากแท็กซี่ ที่นำไปเราไปจุดหมายนั้น เขาแอบพาอ้อมวิ่งไกลบ้างหรือเปล่า เรียกมิเตอร์แพง ๆหรือเปล่า

       ข่าวไอทีล่าสุด ทาง Google ได้เตรียมออกฟีเจอร์ใหม่ให้ Google Maps สามารถแจ้งเตือนได้ในเวลานี้เรากำลังออกจากนอกเส้นทางไปแล้ว

       ฟีเจอร์ใหม่บน Google Maps นี้นั้นจะเป็นการเพิ่มปุ่มแท็บที่ชื่อ Stay Safer ซึ่งผู้ใช้สามารถกดหลังจากเลือกจุดหมายปลายทางหลักไปแล้ว หากมีการขับรถออกนอกเส้นทางที่แผนที่ได้กำหนดไว้เกินระยะ 500 เมตร ระบบจะทำการแจ้งเตือนเราให้ทราบทันที เพือให้เราสามารถตรวจสอบต่อได้ว่ามีการขับนอกเส้นทางด้วยสาเหตุใด  การซ่อมถนน หรืออุบัติเหตุอื่น ๆ