Huawei ขาย P30 Series ไปแล้วกว่า 10 ล้านเครื่องภายใน 3 เดือน

       Huawei P30 Series เป็นสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ๆ เช่นเทคโนโลยีกล้องที่ดีที่สุดในตอนนี้ และดีไซน์เครื่องที่สวยงาม และสเปกที่ดีเยี่ยม ซึ่งตอนนี้ P30 Series มียอดจำหน่ายสูงถึง 10 ล้านเครื่องทั่วโลกแล้วตอนนี้

       He Gang ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Huawei ประกาศในงาน MWC จัดขึ้นในเมืองเซี่ยงไฮว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา Huawei P30 Series มียอดจำหน่ายสูงถึง 10 ล้านเครื่องในระยะเวลาเพียง 85 วัน

       หรือราวๆ 3 เดือน ถือว่าเร็วกว่า Huawei P20 Series ซึ่งใช้เวลาถึง 147 วันถึงจะทำยอดขายได้ถึง 10 ล้านเครื่อง He ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า Huawei มียอดจำหน่ายสมาร์ตโฟนทั่วโลกสูงถึง 100 ล้านเครื่อง ภายในระยะเวลา 149 วัน นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา

       ซึ่งใช้เวลาน้อยลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ที่ทำยอดขายได้ไป 100 ล้านเครื่อง ในระยะเวลา 198 วัน และจากรายงานข่าวของ Gartner ในก่อนหน้านี้พบว่า ไตรมาสแรกของปี 2019 เป็นปีที่ไม่ดีสำหรับสมาร์ตโฟน

       ทุกแบรนด์ต่างเสียยอดขายทั้งหมด ในขณะที่ Huawei มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 58% และยังทำให้ช่องว่างระหว่างยอดขายของ Huawei และ Samsung น้อยลงไปอีก จึงเป็นไปได้ว่าอีกไม่นานนี้ Huawei จะสามารถแซง Samsung ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งของโลกได้อย่างแน่นอน

เปิดตัวแล้วกับ LG OLED TV W9 นวัตกรรม ทีวีพรีเมียมล่าสุดของปี 2562

       เปิดตัวแล้วกับ นวัตกรรม ทีวีพรีเมียมใหม่ล่าสุดของปี 2562 เทคโนโลยีหน้าจอที่ก้าวล้ำที่สุดกับ LG OLED TV ซีรี่ส์ W9 ขนาด 77 นิ้ว มาพร้อมชิปประมวลผลใหม่ α9 อัลฟา 9 Intelligent Processor เจเนอเรชั่น 2 เรียนรู้ข้อมูลในเชิงลึกยิ่งขึ้นแบบ Deep Learning

       มอบความอัจฉริยะรอบด้านทั้งภาพ (AI Picture) เสียง (AI Sound) และการสั่งงานด้วยเสียงผ่านThinQ AI (AI Smart) พร้อมเปิดตัวไลน์อัพทีวีในตระกูล LG NanoCell TV เสริมประสิทธิภาพด้วยชิปประมวลผล α7 (อัลฟา 7) Intelligent Processor เจเนอเรชั่น 2 และ LG Big Screen TV ตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบจอใหญ่จุใจขนาดใหญ่สุดถึง 86 นิ้ว

       AI Picture: ยกระดับภาพคมชัดตระการตาสมจริงยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยี AI ของชิปประมวลผลอัจฉริยะเจเนอเรชั่นที่ 2 ทีวีในตระกูล LG OLED TV และ LG NanoCell TV

       การประมวลผลที่เหมาะสมกับสัญญาณภาพทำให้คุณภาพของการแสดงภาพให้คมชัดสมจริงที่สุดพร้อมปรับระดับความสว่างของภาพ HDR บนหน้าจออัตโนมัติ ผ่านเซนเซอร์รับแสง

       (AI Brightness) โดยเป็นการปรับความสว่างเฉพาะจุด ไม่ใช่การปรับแสงทั่วทั้งจอ ทำให้แสดงรายละเอียดความคมชัดของทุกฉากได้อย่างชัดเจนในทุกสภาพแสงไม่ว่าจะอยู่ในห้องที่มีแสงจ้าหรือว่าห้องมืดก็ตาม AI Smart: ฉลาดลึกล้ำยิ่งขึ้นเมื่อ ThinQ AI มาพร้อมกับ Google Assistant

       หลังจากที่ได้พัฒนาระบบสั่งงานด้วยเสียง ThinQ AI อย่างต่อเนื่องไปเมื่อปีที่ผ่านมา ระบบ ThinQ AI ใน LG OLED TV, LG NanoCell TV และ LG UHD TV รุ่นใหม่มาพร้อม Google Assistant แบบ built-in ที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

       โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมใดๆเลย และยังพัฒนาให้สามารถรองรับคำสั่งภาษาไทย ได้ทั้งคำสั่งพื้นฐานในการควบคุมทีวี รวมถึงการค้นหาคอนเทนต์จากเน็ตฟลิกซ์ ยูทูป หรือกูเกิล ซึ่งทีวีสามารถรับรู้คำภาษาไทยได้อย่างแม่นยำในการใช้งานทีวีเพียงพูด

       สิ่งที่ต้องการก็ปรากฎขึ้นบนจอทันทีและสมาร์ททีวีไลน์อัพใหม่ในทุกตระกูลจากแอลจียังสามารถรองรับระบบ Apple AirPlay 2 เพิ่มความสะดวกสบายในการแชร์คอนเทนต์ทั้งภาพและเสียงจากอุปกรณ์ของ Apple

       ไปยังทีวีพร้อมเพิ่มฟังก์ชั่น Home Dashboard เสริมเทคโนโลยี IoT ที่สามารถควบคุมคำสั่งพื้นฐานของอุปกรณ์สมาร์ทโฮมและเครื่องใช้ไฟฟ้า แอลจี ที่มาพร้อมระบบ Smart ThinQ เช่น เครื่องดูดฝุ่น เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศได้จากทีวีโดยตรง พร้อมเพิ่มช่องต่อ HDMI 2.1 ที่แสดงเฉดสีได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด และรองรับภาพระดับ 4K HFR ได้อีกด้วย

ทาง Google ได้ประกาศรายชื่อมือถือ Android ที่ฝังมัลแวร์ในตัว OS

       ทางด้าน Google ได้ประกาศรายชื่อมือถือ Android ที่ฝังมัลแวร์ในตัว OS ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นมือถือราคาที่ประหยัด แต่ติดตั้งแอปแฝงมัลแวร์ในชื่อ Triada มาในขั้นตอนการผลิตเลย มัลแวร์ Triada ยังสามารถแทรกแซงการแชตสนทนา

       และยังแอบดูการทำงานการใช้มือถือคุณ และโจรกรรมข้อมูลสำคัญ รวมถึงดูแอป Mobile Banking เพื่อขโมยข้อมูลบางอย่าง นอกจากนี้แล้ว Triada จะใช้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในการแอบส่งข้อมูลอีกด้วย

       และที่สำคัญ เครื่องที่เป็นเป้าหมายของมัลแวร์ตัวนี้ ก็คือ มือถือระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 4.4.2 หรือเก่ากว่า ดังนั้นวิธีแก้ปัญหามัลแวร์ในตัวระบบปฏิบัติการนี้ก็คือ การที่ไห้เราให้อัปเดตความปลอดภัยและอัปเกรดเฟิร์มแวร์ให้สู่ Android เวอร์ชั่นที่ใหม่กว่า จึงจะปลอดภัย

รายชื่อสมาร์ทโฟนที่มีมัลแวร์ Triada แฝงในเครื่องได้แก่ ดังนี้

  • Leagoo M5
  • Leagoo M5 Plus
  • Leagoo M5 Edge
  • Leagoo M8
  • Leagoo M8 Pro
    Leagoo Z5C
  • Leagoo T1 Plus
  • Leagoo Z3C
  • Leagoo Z1C
  • Leagoo M9
  • ARK Benefit M8
  • Zopo Speed 7 Plus
  • UHANS A101
  • Doogee X5 Max
  • Doogee X5 Max Pro
  • Doogee Shoot 1
  • Doogee Shoot 2
  • Tecno W2
  • Homtom HT16
  • Umi London
  • Kiano Elegance 5.1
  • iLife Fivo Lite
  • Mito A39
  • Vertex Impress InTouch 4G
  • Vertex Impress Genius
  • myPhone Hammer Energy
  • Advan S5E NXT
  • Advan S4Z
  • Advan i5E
  • STF AERIAL PLUS
  • STF JOY PRO
  • Tesla SP6.2
  • Cubot Rainbow
  • EXTREME 7
  • Haier T51
  • Cherry Mobile Flare S5
  • Cherry Mobile Flare J2S
  • Cherry Mobile Flare P1
  • NOA H6
  • Pelitt T1 PLUS
  • Prestigio Grace M5 LTE
  • BQ 5510

จากผลการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz 3 ค่ายใหญ่

       ผลการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz มีผู้เข้าร่วมขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่จำนวน 3 ราย ได้แก่ บ.ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด บ. แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด และ บ. ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด โดยผู้ประมูลทั้ง 3 รายเลือกชุดคลื่นความถี่ที่ไม่ซ้ำกัน และเป็นไปอย่างเรียบร้อย พร้อมเดินหน้าที่จะสร้างเครือข่าย 5จี ในประเทศไทย ซึ่งรายละเอียดผลการจัดสรรคลื่น 700 MHz มีดังต่อไปนี้

1.คลื่นความถี่ชุดที่ 1 ช่วงความถี่วิทยุ 703-713 MHz คู่กับ 758-768 MHz บ.ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมอวนิเคชั่น จำกัด เป็นผู้ถือสิทธิ์ได้รับการจัดสรร
2.คลื่นความถี่ชุดที่ 2 ช่วงความถี่วิทยุ 713-723 MHz คู่กับ 768-778 MHz บ. ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด เป็นผู้ถือสิทธิ์ได้รับการจัดสรร
3.คลื่นความถี่ชุดที่ 3 ช่วงความถี่วิทยุ 723-733 MHz คู่กับ 778-788 MHz บ. แอดวารซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เป็นผู้ถือสิทธิ์ได้รับการจัดสรร

       และมีราคาการอนุญาตรวมทั้งสิ้น 52,752 ล้านบาท และมีรายได้จากการจัดสรร เข้ารัฐรวมภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งสิ้น 56,444.64 ล้านบาท โดยผู้มีสิทธิ์ได้รับการจัดสรรคลื่น ต้องนำเงินงวดแรกพร้อมหลักประกันมาชำระให้แก่ สำนักงาน กสทช. ก่อนจะได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 15 วันทั้งนี้แล้ว ทางสำนักงาน กสทข. จะมีหนังสือแจ้งวันเริ่มต้นการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ล่วงหน้า อย่างน้อย 90 วัน

มาตามคำขอ Fujifilm ประกาศเตรียมวางขายฟิล์มขาว-ดำแล้วอีกครั้ง

มาตามคำขอ Fujifilm ได้ประกาศเตรียมวางขายฟิล์มขาว-ดำแล้วอีกครั้ง Fujifilm Corp ได้ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าบริษัทเตรียมที่จะกลับมาวางจำหน่ายฟิล์มขาวดำอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ หลังจากที่หยุดจำหน่ายไป 1 ปีเต็ม โดยพบว่ามีเสียงเรียกร้องจากลูกค้าที่ชื่นชอบการถ่ายภาพขาวดำเป็นจำนวนมาก

ฟิล์มขาวดำสุดคลาสิกของ Fujifilm เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1936 ก่อนที่จะยุติการจำหน่ายไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากกระแสตอบรับถดถอยลงไปเรื่อย ๆ รวมทั้งเริ่มการวัตถุดิบในท้องตลาดมาผลิตได้ยากมากขึ้น  หลังจากยุติการจำหน่ายไป กลับกลายเป็นว่ามีผู้ใช้มากมายที่เรียกร้องให้บริษัทให้กลับมาจำหน่ายฟิล์มขาวดำอีกครั้ง รวมทั้งกลุ่มวัยทีนเอจที่เติบโตมากับยุคโซเชียลมีเดียด้วย และคนกลุ่มนี้ชื่นชอบและหลงไหลเสน่ห์ของภาพถ่ายฟิล์มขาวดำเป็นอย่างมาก

เผยสื่อนอก Huawei เล็งทดสอบ Aurora OS ที่เป็นระบบปฏิบัติการจากรัสเซีย

 เผยสื่อนอก Huawei เล็งทดสอบ Aurora OS ที่เป็นระบบปฏิบัติการจากรัสเซีย หลังหลังที่ Huawei  พบปัญหาสำคัญที่ไม่สามารถใช่ Android ได้ในอนาคตจากมาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งนอกเหนือไปจาก Hongmeng OS และ Ark OS ที่พัฒนาขึ้นมาเองแล้ว ดูเหมือนพวกเขาจะมองหาตัวเลือกระบบปฏิบัติการอื่น ๆ

เพิ่มเติมเหมือนกันล่าสุดมีรายงานว่า Huawei อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัท Open Mobile Platform (OMP) ของรัสเซีย

ประธานบอร์ดบริหารของ Huawei ได้เข้าสนทนาคุยกับ Konstantin Noskov รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลของรัสเซีย ไปแล้ว โดยศูนย์ข่าวเปิดเผยว่าตอนนี้ Huawei ได้เริ่มทดสอบระบบ Aurora OS กับฮาร์ดแวร์บางส่วนแล้วเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นประเด็นดังกล่าวถูกนำไปเป็นหนึ่งในวาระการประชุมระหว่างหัวหน้าผู้นำ สี จิ้นผิง แล้วก็ วลาดิเมียร์ ปูติน เมื่อเร็วนี้

สำหรับ Aurora เป็นระบบปฏิบัติการมือถือที่พัฒนาจากระบบ Sailifish OS ของบริษัท Jolla ในประเทศฟินแลนด์ โดย Grigory Berezkin มหาเศรษฐีชาวรัสเซียได้ทำการก่อตั้ง OMP และใช้เส้นสายทางธุรกิจทำการซื้อไลเซนส์ระบบปฏิบัติการมาจาก Jolla ในปี 2016 ซึ่งปัจจุบัน OMP นั้นมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเป็นของ Rostelecom บริษัทรัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคมของรัสเซียถึง 75% นั่นนับว่าระบบ Aurora OS นั้นเป็นของรัฐบาลรัสเซียอยู่แล้วนั่นเอง

 

 

มาแล้วจ้า ฟีเจอร์ใหม่ของ Google Maps แจ้งเตือนทุกครั้ง

       ในทุกๆวันนี้เรายังโดยสาร แท็กซี่ ไปยังที่ไกล ๆ หรือที่ ๆ ไม่เคยไป ทั้งในประเทศและในต่างประเทศ ต่างก็ยากที่จะรู้ได้หากแท็กซี่ ที่นำไปเราไปจุดหมายนั้น เขาแอบพาอ้อมวิ่งไกลบ้างหรือเปล่า เรียกมิเตอร์แพง ๆหรือเปล่า

       ข่าวไอทีล่าสุด ทาง Google ได้เตรียมออกฟีเจอร์ใหม่ให้ Google Maps สามารถแจ้งเตือนได้ในเวลานี้เรากำลังออกจากนอกเส้นทางไปแล้ว

       ฟีเจอร์ใหม่บน Google Maps นี้นั้นจะเป็นการเพิ่มปุ่มแท็บที่ชื่อ Stay Safer ซึ่งผู้ใช้สามารถกดหลังจากเลือกจุดหมายปลายทางหลักไปแล้ว หากมีการขับรถออกนอกเส้นทางที่แผนที่ได้กำหนดไว้เกินระยะ 500 เมตร ระบบจะทำการแจ้งเตือนเราให้ทราบทันที เพือให้เราสามารถตรวจสอบต่อได้ว่ามีการขับนอกเส้นทางด้วยสาเหตุใด  การซ่อมถนน หรืออุบัติเหตุอื่น ๆ