Samsung เตรียมปล่อย Galaxy S10 / Note 10 ให้ได้เหมือนใน Galaxy S20

การเปิดตัว Samsung Galaxy S20 ถือว่าเป็นเรือธงด้านนวัตกรรมเลยก็ว่าได้เพราะมีการใส่เทคโนโลยีมาเยอะมกมายพอสมควร จนรุ่นก่อนหน้านี้ต้องมองกันเลยทีเดียว ล่าสุด มีข่าวดีกับ Samsung เพราะว่าฟีเจอร์ของ Galaxy S20 Series พร้อมกับ One UI 2.1 จะได้ใช้กับเรือธงในปีที่แล้ว และรวมถึงฟีเจอร์กล้องเช่นกันได้แก่

 

  • Single Take ฟีเจอร์ที่ถ่ายภาพและวิดีโอพร้อมกันแค่คลิกเดียว
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของ Night Mode ให้ดีมากขึ้น ใน Galaxy S10
  • เพิ่ม Hyperlapse บน Night Mode
  • เลือกฟิลเตอร์ในการถ่ายภาพ หรือใส่ฟิลเตอร์เข้าไปเองก็ได้
  • เพิ่ม Pro Video ช่วยปรับตั้งค่าของวิดีโอได้ด้วยตนเอง
  • ใน Gallery เพิ่มปุ่ม Clear View รวมภาพที่เหมือนกันเข้าไปในที่เดียว
  • และยังมี Quick Crop จะเลือก Crop ภาพทันทีก่อน Edit
  • เพิ่มปุ่ม Quick Share และ Music Share ส่งเพลงและ File ข้ามอุปกรณ์
  • ทั้งหมดนี้จะทยอยอัปเดตให้คุณและจะมาพร้อมกับ Patch ความปลอดภัย เมษายน 2020 เช่นเดียวกัน โดยเริ่มจาก ประเทศ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ เป็นตน ดังนั้นคงไทย อดใจรอกันไปก่อนนะครับ

 

ถูกแก้ได้แล้ว ฮาวทู ปลดล็อก Face ID ตอนใส่หน้ากากอนามัย

การแพร่ระบาด COVID-19 ทั่วโลก แน่นอนว่าผู้ใช้ iPhone หลาย ๆ คนอาจจะต้องเจอปัญหาที่ ใส่หน้ากากอนามัยแล้วไม่สามารถปลดล็อก Face ID ได้นั่นเอง แต่ปัญหานี้จะถูกแก้ไขได้แล้ว เมื่อแล็ปเกี่ยวกับความปลอดภัยของ Tencent ออกมาเผยแพร่วิธีการปลดล็อก Face ID แม้จะใส่หน้ากากอนามัยอยู่

วิธีที่ทาง Tencent Security Xuanwu Lab เผยแพร่มานั้น สามารถทำได้แบบง่าย ๆ เพียง

ขั้นตอนที่ 0 : รีเซ็ต Face ID ในการตั้งค่า เพื่อเตรียมตัวเซ็ต Face ID ใหม่

ขั้นตอนที่ 1 : นำหน้ากากอนามัยมาพับครึ่ง และสวมแบบปกติให้หน้ากากอนามัยปิดหน้าไว้ครึ่งหน้า โดยจะต้องบังจมูกครึ่งนึง

ขั้นตอนที่ 2 : ตั้งค่า Face ID ใหม่ในการตั้งค่า พร้อมยังคงนำหน้ากากปิดบังไว้ครึ่งหน้า จากขั้นตอนที่แล้ว

ขั้นตอนที่ 3 : เมื่อบนหน้าจอการตั้งค่า Face ID ขึ้นเป็นกรอบวงกลมแล้ว ให้เราหมุนหน้าไปมาตามวิธีการตั้ง Face ID แบบปกติ โดยหน้ากากอนามัยจะต้องหมุนแนบไปตามหน้าเราด้วยเพียงเท่านี้!! เป็นอันเสร็จสิ้นการตั้งค่า Face ID ให้ปลดล็อกขณะที่ยังสวมหน้ากากอนามัยได้

คำเตือน : แต่ถึงอย่างไรก็ตาม วิธีการนี้อาจจะยังไม่ปลอดภัย คนอื่นอาจปลดล็อกได้ แต่ในระหว่างการแพร่ระบาด ยามที่ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยก็จะทำให้เราสามารถปลดล็อกได้สะดวกขึ้น แทนที่จะถอดเข้าออกบ่อย ๆ และเมื่อหมดช่วงแพร่ระบาดนี้ไปแล้ว ควรรีเซ็ตและตั้งค่าใหม่เป็นอย่างเดิม

 

Facebook และ Instagram ปรับลดความละเอียดของวิดีโอในยุโรป

ล่าสุด Facebook และ Instagram ได้ออกมาประกาศลดความละเอียดของวิดีโอ หรือ Bit Rate ในการแสดงผลที่ยุโรปลง ตาม Netflix, Amazon Prime Video และ YouTube ที่ได้ทำไปก่อนหน้านี้ และรวมไปถึงการสกรีนข่าวปลอมให้มากขึ้นเช่นเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ EU ได้ออกมาเรียกร้องให้ Netflix บริการ Steaming ดูหนังยอดนิยมให้ลดความละเอียดในการแสดงผล เพื่อให้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตไม่หนาแน่น เนื่องจากอยู่ในช่วงที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตตามบ้าน และการเรียนที่เยอะ เกรงว่าเครือข่ายจะรับไม่ไหว

ทั้งนี้ Facebook ได้มีการแถลงออกมาว่า เพื่อบรรเทาในเรื่องการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่หนาแน่นเนื่องจากผู้ใช้งานตามบ้านมากขึ้น ทาง Facebook และ Instagram ได้ลดค่า Bit Rate ในภูมิภาคยุโรป ชั่วคราว เพราะคำนึงถึงเรื่องของ BandWidth ในช่วงเวลาที่มีความต้องการอย่างหนักและให้ใช้งานได้อย่างเพียงพอ ในช่วงการระบาดของ COVID-19

เผยภาพเรนเดอร์สมาร์ตวอตช์ Huawei Watch GT 2e ดีไซน์สุดงาม

ล่าสุด Huawei จะเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่างซีรีส์ P40 แล้วนั้น ล่าสุดได้มีการเปิดเผยภาพเรนเดอร์สมาร์ตวอตช์รุ่นใหม่อย่าง Watch GT 2e พร้อมเผยรายละเอียดสเปกด้วย

เรนเดอร์ที่ปรากฏด้านล่างนี้ แสดงให้ทราบว่า Huawei Watch GT 2e นั้น ได้นำดีไซน์ส่วนใหญ่ของ Watch GT 2 มาใช้ โดยได้รับการปรับแต่งให้มีโทนสปอร์ตมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่ต่างกัน

มีรายงานว่า Huawei Watch GT 2e ได้รับการอัปเกรดในส่วนของเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และปรับปรุงแบตเตอรีให้ใช้งานได้นานถึง 14 วันในส่วนของราคานั้น คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 200 ยูโร ประมาณ 7,100 บาท

สเปกหลัก Huawei Watch GT 2e

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 พิกเซล
  • ชิปเซ็ต HiSilicon Hi1132
  • แรม 16 MB
  • ความจุ 4 GB
  • แบตเตอรี 455 mAh

เผยภาพหลุดเครื่องจริง OnePlus 8 Pro ในมือ Robert Downey Jr

OnePlus กำลังเตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนสเปกพรีเมียมในราคาเอื้อมหรือที่เรียกว่า นักฆ่าเรือธง (Flagship Killer) รุ่นใหม่อย่างซีรีส์ 8 ในเร็ววันนี้  โดยล่าสุดได้มีการเปิดเผยตัวเครื่องของ OnePlus 8 Pro

ในมือของ Robert Downey Jr. (รอเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) นักแสดงชื่อดังผู้รับบท Iron Man ในแฟรนไชส์ MCU (Marvel Cinematic Universe) ที่กำลังเตรียมถ่ายงานชิ้นหนึ่งนั้น

และยังภาพที่ปรากฏด้านล่างนี้ ได้เผยให้เห็นว่า OnePlus 8 Pro ได้รับการติดตั้งกล้องหลังแนวตั้ง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลและภาพเรนเดอร์ที่หลุดออกมาด้วย

สำหรับ สมาร์ตโฟนซีรีส์ OnePlus 8 จะมีด้วยกัน 3 รุ่นด้วยกัน คือ OnePlus 8 Lite ซึ่งเป็นรุ่นราคาประหยัด, OnePlus 8 รุ่นมาตรฐาน และ OnePlus 8 Pro ซึ่งเป็นรุ่นพรีเมียมที่หน้าจอมีค่า Refresh Rate สูงถึง 120 Hz และรองรับการเชื่อมต่อ 5G ด้วย

แอปพลิเคชัน ทำความสะอาดที่ดีที่สุดในการเคลียร์แคช ให้เครื่องกลับมาเร็วอีกครั้ง

          แอปพลิเคชัน ทำความสะอาด คือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาดดูแลไฟล์ขยะพร้อมทั้งปรับปรุงแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนของเราให้ใช้งานได้ลื่นไหล ดังนั้นนอกจากการใช้งานเพียงอย่างเดียวแล้ว เราต้องทำความสะอาดเครื่องบ้างครับ

         เนื่องจากหากใช้ไปสักระยะเครื่องสมาร์ทโฟนของเราจะมีไฟล์ขยะสะสมเราจึงควรทำความสะอาดเพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างและเป็นการป้องกันไวรัสให้กับเครื่อง

          ในปัจจุบันมีแอปพลิเคชันที่ถูกสร้างมาสำหรับทำความสะอาดเครื่องหลากหลาย แต่มีไม่กี่รุ่นที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย มาดูกันว่าแอปพลิเคชันที่เว็บ fossbytes.com นำมาแนะนำมีอะไรบ้าง

1. Clean Master

           แอปพลิเคชัน Clean Master เป็นโปรแกรมที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างจัดเก็บของคุณโดยการกำจัดไฟล์ขยะ ไฟล์คงค้างและไฟล์แคชซึ่งทำให้โทรศัพท์ของคุณช้าลง ด้วยตัวทำความสะอาดมืออาชีพของเรา คุณยังสามารถเพิ่มพื้นที่ว่างเพิ่มเติมได้โดยการทำความสะอาดข้อมูลแคชจากแอปสื่อสังคม เช่น Facebook, Messenger, WhatsApp, Instagram ซึ่งจะลบออกทันทีเมื่อตรวจสอบว่าจะทำให้เครื่องมีปัญหาได้ทันที

2. Cache Cleaner – DU Speed Booster

untitled-2

         เป็นอีก Apps ที่มีคนไว้วางใจมากพอสมควรเรื่องการจัดการ File ต่างๆ และสามารถล้างแคชและลบไฟล์ขยะ เพิ่มประสิทธิภาพของโทรศัพท์ให้ทำงานเร็วขึ้น จึงทำให้เป็นตัวล้างแคชและตัวเพิ่มหน่วยความจำที่ดีที่สุด ทำให้อุปกรณ์ Android ของคุณปลอดภัย ปราศจากข้อมูลที่ไม่จำเป็น และทำงานรวดเร็ว เพื่อให้รู้สึกราวกับใช้ “เครื่องใหม่” อยู่เสมอ

3. Go Speed

untitled-3

Advertisement

          Gu Speed โปรแกรมเพิ่มความเร็วมือถือของคุณให้มากขึ้น และมีฟีเจอร์ไม่ได้ซับซ้อน แถมยังมีการแจ้งเตือนเรื่องความจำเต็มและวิธีจัดการ Apps ภายในเครื่อง ให้ใช้งานได้เหมาะสมกับการใช้งานของเราได้อย่างง่าย แต่ก็มีความเสี่ยงเครื่องความจำไม่เพียงพอ

4. Power Clean

untitled-4

ตัดสุดท้ายกับ Power Clean ที่มีเครื่องมือเยอะมาก และสามารถลบได้ตั้งแต่กำจัดไฟล์ขยะออกจากเครื่อง ช่วยทำให้เครื่องลื่นมากขึ้น, บูสต์พลังงาน ทำให้ RAM พร้อมใช้งาน เป็นต้น และ ยังสามารถแจ้งเตือนในเรื่องให้กดทำความสะอาดได้ทันที แค่นี้ก็ถือว่าครบเครื่องแล้ว และสามารถโหลดได้ฟรีไม่ต้องเสียเงิน อาจจะมีโฆษณาบ้างนะครับ

 

5. Ace Cleaner

untitled-5

         เป็นอีก App ทำความสะอาดที่คนมักจะคิดถึงกันบนมือถือ ที่มาพร้อมกับกลไกการทำความสะอาดและเร่งประสิทธิภาพของ Ace ที่ไม่เหมือนใครสามารถเพิ่มประสิทธิภาพโทรศัพท์ของคุณอย่างเต็มที่ ไฟล์ขยะโฆษณา, ขยะหลงเหลือ, ขยะแคช, ขยะหน่วยความจำ (RAM), APK ที่ยังคงแฝงอยู่ในเครื่องสามารถถูกลบได้โดยง่ายดายแค่กดครั้งเดียว

          ทิ้งท้ายว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้มีประโยชน์มาก แต่การที่จะให้ทำงานดีที่สุดไม่ควรจะลงพร้อมกันทั้ง 5 ตัว เนื่องจากจะทำให้หนักเครื่องแล้ว ยังทำให้การทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ควรจะลง 1-2 ตัวเท่านั้นพอดีกว่า

ยิ่งคนใช้เยอะยิ่งมีมาก Mac มีภัยคุกคามมากกว่า Windows แล้ว!

          ที่ผ่านมานี้พวกเราจะมีความเชื่อว่าการใช้งาน Mac หรือ macOS นั้นปลอดภัยกว่า Windows เพราะเรื่องไวรัสหรือภัยคุกคามที่น้อยกว่า แต่นับจากวันนี้ผู้ใช้งานอาจต้องลบความคิดนั้นออกไปเมื่อ macOSมีภัยคุกคามมากกว่า Windows แล้ว

         Malwarebytes บริษัทรักษาความปลอดภัยไซเบอร์รายงานว่าภัยคุกคามบนmacOS นั้นมากกว่า Windows เป็นที่เรียบร้อย โดยช่วงเวลาระหว่าง 2018-2019 นั้น ภัยคุกคามบนmacOS เพิ่มขึ้นถึง 400% จาก 4.8 เป็น 11 ในขณะที่ Windows มีภัยคุกคามอยู่ที่ 5.8 น้อยกว่า macOS สองเท่า

         ผู้ใช้งานจำต้องทำความเข้าใจใหม่แล้วว่าคุณไม่ได้ปลอดภัยเสมอไปกับการใช้งาน Mac – Thomas Reed ผู้อำนวยการ Malwarebytes

        เดียวนี้ Windows ยังคงเป็นระบบปฏิบัติการหลักในหลายตลาดทั่วโลก และมีแนวโน้มที่จะมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงจำนวนผู้ใช้งานที่มากย่อมตกเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์เป็นธรรมดา แต่เมื่อ macOS ได้รับความนิยมสูงขึ้น แฮกเกอร์ก็เล็งmacOS มากขึ้นตามไปด้วย

        ภัยคุกคามที่ปรากฏบนmacOS เยอะที่สุดคือกลุ่ม Adware บน Safari

นอนมา! นักวิเคราะห์เผยเกือบครึ่งของยอดขายหูฟังไร้สายเป็นของ AirPods

         Counterpoint Research สถาบันวิจัยเทคโนโลยีที่ชื่อดัง ได้ออกมาคาดการณ์สถานการณ์ตลาดหูฟังไร้สายในปีนี้ว่า AirPods ของ Apple ยังคงแข็งแกร่ง ครองส่วนแบ่งการตลาดรวมในปี 2019 แตะ 47% หรือเกือบครึ่งของตลาดเลย

        เวลาเดียวกัน ผู้ตามอย่าง Xiaomi และ Samsung นั้นครองส่วนแบ่งตลาดตามมาห่าง ๆ อยู่ที่ 6%

        สำหรับภาพรวมตลาดหูฟังไร้สายพกพาในปี 2019 นั้นถือว่าโตเกินที่นักวิเคราะห์คาดไว้มาก โดยอัตราโตต่อไตรมาสสูงถึง 53% ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากโปรโมชันที่อัดกันมาในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

        Counterpoint ประเมินว่าปีนี้หูฟัง AirPods จะทำยอดขายได้ทะลุ 100 ล้านคู่ ขณะที่สถานการณ์ของ Samsung นั้นจัดว่ายังไม่ง่ายหากจะขึ้นมายึดอันดับ 2 ในตลาด ซึ่งพวกเขายังต้องปรับปรุงเรื่องฟีเจอร์ตัดเสียงใน Galaxy Buds รวมทั้งเรื่องดีไซน์ที่นักวิเคราะห์มองว่ายังจำเป็นต้องปรับปรุงเพิ่ม

iPhone 12 จะมีราคาที่สูงขึ้น แต่ก็ไม่แพงไปจาก iPhone 11 มากนัก

           แม้ว่า iPhone 11 ซีรีส์จะยังวางจำหน่ายไม่ทันพ้นปีใหม่ แต่หลายคนรวมถึงสื่อก็เริ่มจับตามอง iPhone 12 กันแล้ว เนื่องจาก iPhone รุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมกับการรองรับ 5G แน่นอนว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ

           ย่อมมากับค่าตัวที่สูงขึ้นนักวิเคราะห์ Ming Chi-Kuo เจ้าประจำได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลของ iPhone 12 เพิ่มเติมว่าiPhone 12 จะมีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นราว $30-100 หรือประมาณ 900 – 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับโมเดลนั้นๆ แต่ถึงอย่างนั้น Apple ยังไม่ได้ฟันธงราคาสุดท้ายว่าจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเท่าไหร่

          Kuo ระบุว่า ต้นทุนของ iPhone ที่สูงขึ้นมาจากเดิมเนื่องจากชิ้นส่วนใหม่ ๆ อย่างชิปโมเด็ม 5G รวมถึงยังมีข่าวว่าiPhone 12 จะใช้การออกแบบใหม่ หันกลับมาใช้ดีไซน์ขอบสี่เหลี่ยมเหมือนกับ iPhone 4 และ iPad Pro 2018 แทนขอบมนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันครับ

         ก็ต้องรอดูกันว่าปีหน้าiPhone 12 จะมีราคาที่สูงขึ้นกว่านี้อีกหรือไม่ อุตส่าลดราคาใน iPhone 11 แล้ว อย่าให้แฟน ๆ ช้ำกระเป๋าเงินกันเลย

เปิดตัว Xiaomi Mi 10 / Mi 10 Pro พร้อมกล้อง 108 ล้านพิกเซล และขุมพลัง Snapdragon 865

          Xiaomi เผยโฉม Mi 10 และ Xiaomi Mi 10 Pro อย่างเป็นทางการมาพร้อมกับ กล้องหลังความละเอียดสูง 108 ล้านพิกเซล และมีกล้องทั้งหมด 4 ตัว และขุมพลัง Snapdragon 865 และมาพร้อมกับการรองรับ 5G ทั่้ง SA และ NSA  และ WiFi 6 

Xiaomi Mi 10 Pro

จะมาพร้อมกับจุดเด่นคือหน้าจอ 6.67 นิ้ว แบบ AMOLED แต่ยังได้ความละเอียดแบบ Full HD รองรับการตอบสนองแบบ 90Hz และสามารถทัชได้ลื่นปลื้ด พร้อมกับหน้าจอความสว่างระดับ 1200 nits

กล้องหลังทั้งหมดติดตั้งมาให้ถึง 4 กล้องด้วยกันประกอบด้วย

  • กล้องหลัก 108 ล้านพิกเซล มีเลนส์ทั้งหมด 8 ชิ้น
  • กล้องซูมตัวหลัก รองรับการซูม Optical ได้ 10 เท่า
  • กล้อง telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล สามารถซูม ได้ 2 เท่า
  • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

นอกจากนี้กล้องหลักยังรองรับการถ่ายวิดีโอ 8K, EIS, OIS  และมี AI ที่ปรับและเรียนรู้การถ่ายภาพของคุณ และมีการเคลมจาก DXO Mark ว่าเป็นกล้องที่ทำคะแนนสูงที่สุด

ขุมพลังก็อย่างที่ทราบกันดีคือ Snadragon 865 ยังมี RAM ให้เลือกทั้ง 8 – 12GB และมีความจำทั้ง 128 /256 / 512GB และมาพร้อมกับ UFS 3.0 และ RAM ในแบบ LPDDR5 พร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 4500 mAh และให้ที่ชาร์จ 50W และตัวเครื่องมีสีให้เลือกทั้งสีขาว และ สีฟ้า โดยมีราคาดังนี้

  • RAM 8GB / ความจำ 128GB = 4,999 หยวน (22,xxx บาท)
  • RAM 12GB / ความจำ 256GB = 5,499 หยวน (24,xxx บาท)
  • RAM 12GB / ความจำ 512GB =  5,999 หยวน (26,xxx บาท)

Xiaomi Mi 10

สำหรับ Xiaomi Mi 10 จะแตกต่างกันที่หน้าจอเรียบขนาดเท่ากันคือ 6.67 นิ้ว และมีกล้องหลังความเอียด 108 ล้านพิกเซล แต่อีก 3 เลนส์ได้แก่

  • 2 ล้านพิกเซล เลนส์ Marco 
  • 2 ล้านพิกเซล เลนส์ Depth Sensor 
  • 13 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra Wide  

ส่วนแบตเตอรี่จะใหญ่กว่าที่ 4780 mAh และรองรับกำลังชาร์จไฟ 30W แถมชนิดความจำยังเป็นแบบ UFS 3.0 และ RAM LPDDR5 นอกจากนี้มีสีให้เลือกทั้ง Peach, เขียว, ดำ โดยมีราคาดังนี้

  • RAM 8GB / ความจำ 128GB = 3,999 หยวน (17,xxx บาท)
  • RAM 8GB / ความจำ 256GB = 4,299 หยวน (19,xxx บาท)
  • RAM 12GB / ความจำ 256GB =  4,699 หยวน (20,xxx บาท)

อย่างไรก็ตามกำหนดการเปิดตัว Global Version ที่เคยมีแผนจะเผยโฉมในงาน MWC 2020 แต่เนื่องจากงานเปิดตัวถูกยกเลิก ก็ต้องรอดูว่า Xiaomi จะเปลี่ยนอย่างไร